LANGUAGE
Magazine
 
วารสาร คอสโมทรัค
วารสารฉบับนี้จัดพิมพ์เพื่อสาธารณประโยชน์ของชุมชน
ปีที่ 2 ฉบับที่ 6 06/47
สกู๊ปท้องถิ่น 

ครึ่งทศวรรษ
“การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”

“การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” คือ รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง ตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้เอง และให้ความเป็นอิสระแก่ท้องถิ่นในการปกครองตนเอง ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น มีอิสระในการกำหนดนโยบายการปกครอง การบริหาร การบริหารงานบุคคล การเงิน และการคลัง และมีอำนาจหน้าที่ของตนเองโดยรัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแลเท่าที่จำเป็นภายในกรอบของกฎหมาย โดยมีการกำหนดให้ตรา “พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542”


ภายหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.การกระจายอำนาจฯ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2542 จึงได้มีการจัดตั้ง “สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ขึ้นมา ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการกำหนดกรอบแนวทางในการจัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2543 โดยบังคับให้ส่วนราชการ 57 กรม 15 กระทรวง 1 ส่วนราชการ ที่ไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง ถ่ายโอนภารกิจ จำนวน 245 ภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำหนดให้มีการถ่ายโอนภายใน 4 ปี สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดที่ไม่สามารถที่จะรับถ่ายโอนได้ภายใน 4 ปี ให้ดำเนินการถ่ายโอนภายใน 10 ปี

“ครึ่งทศวรรษ” ของการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ พ.ศ.2543-2547 ที่ผ่านมา ในการการถ่ายโอนภารกิจและปัญหาในการดำเนินการ ช่วงที่ 1 สามารถสรุปได้ดังนี้ ด้านการถ่ายโอนภารกิจ จำนวนที่ต้องถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น 245 ภารกิจ ในปัจจุบันสามารถถ่ายโอนได้ 174 ภารกิจ ยังเหลืออีก 71 ภารกิจที่ไม่สามารถถ่ายโอนได้ ส่วนสาเหตุสำคัญที่ไม่สามารถดำเนินการถ่ายโอนภารกิจได้ตามกำหนดมีอยู่ 2 ประการ ได้แก่ 1.ขั้นตอนในการแก้ไขกฎหมายซึ่งมีจำนวนมาก 2.หน่วยงานราชการไม่ยอมถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


"จากเดิมรายได้ท้องถิ่นที่สามารถจัดเก็บเองได้จำนวน 159,752 ล้านบาท ในปัจจุบันสามารถจัดเก็บได้ 274,550 ล้านบาท..."

ด้านการถ่ายโอนเงิน จะสังเกตเห็นได้ว่าตั้งแต่มีการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา รายได้ของ อปท. เพิ่มขึ้นทุกปี จากเดิมรายได้ท้องถิ่นที่สามารถจัดเก็บเองได้จำนวน 159,752 ล้านบาท ในปัจจุบันสามารถจัดเก็บได้ 274,550 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านการถ่ายโอนบุคลากรและการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง 60 ฉบับ แต่สามารถดำเนินการไปได้เพียง 34 ฉบับเท่านั้น ส่วนทางด้าน การจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่น แม้จะมีการเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้แก่ อปท. ต่อรายได้สุทธิของรัฐอย่างต่อเนื่อง แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่ต้องการ เนื่องจากภารกิจถ่ายโอนทางด้านการศึกษาและสาธารณสุข ยังไม่สามารถที่จะถ่ายโอนไปได้ เพราะ อปท. เองยังไม่มีความพร้อม
อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ยังมีความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าให้เห็นบ้าง แต่ปัญหาเกี่ยวกับกลไกในระดับภูมิภาคและในระดับจังหวัด คือ คณะกรรมการบริหารการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางประสานการถ่ายโอนระหว่างส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นในการแก้ปัญหาต้องให้ความสำคัญกับกลไกในระดับภูมิภาคและระดับจังหวัดให้มากขึ้น จะต้องจริงจังในการสนับสนุนด้านงบประมาณ บุคลากร และอำนาจหน้าที่ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปฎิบัติหน้าที่

ในงานสัมมนาวิชาการครึ่งทศวรรษการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) ได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ของ กกถ. ในอนาคตไว้ว่า “ยุทธศาสตร์ในเชิงรุกที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการเงิน การคลัง และงบประมาณ โดยจะเร่งปฎิรูประบบโครงสร้างภาษีของประเทศทั้งระบบ และเร่งผลักดันการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ อปท. มีฐานรายได้กว้างขวางมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพให้ อปท. จัดหารายได้มากขึ้น เพื่อลดการจัดสรรเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เร่งเสริมสร้างวินัยทางการเงินการคลังให้ อปท. เพื่อให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ เร่งหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนรีบจัดสรรและถ่ายโอนให้ อปท. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ และปรับปรุงกลไกการตรวจสอบการเงินและการใช้จ่ายของ อปท. ทั้งภายนอกและภายใน
การถ่ายโอนภารกิจ จะเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเน้นการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาและสาธารณสุขเป็นสำคัญ โดยจะไม่ตั้งงบประ มาณให้ส่วนราชการที่ไม่ยอมถ่ายโอนภารกิจ เร่งสร้างความพร้อมของ อปท. โดยเฉพาะการจัดการศึกษา หามาตรการและวิธีป้องกันในกรณีที่ถ่ายโอนแล้ว อปท.ไม่ทำต่อ และให้สำนักงบประมาณระมัดระวังการจัดตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนให้กับส่วนราชการในภารกิจที่ถ่ายโอน
การบริหารงานบุคคล เร่งวิเคราะห์ตำแหน่งที่จำเป็นต่อการทำงานของ อปท. ก่อน แล้วค่อยวิเคราะห์ตำแหน่งส่วนราชการที่ถ่ายโอนบุคลากร และในการถ่ายโอนบุคลากรต่อไปจะเน้นการใช้แรงจูงใจเป็นสำคัญ เช่นการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน และทางด้านการติดตามและการประเมินผล จัดระบบติดตามการประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ โดยมีกลไกเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ เช่น คณะกรรมการบริหารการถ่ายโอนภารกิจในระดับจังหวัดให้ทำรายงานปัญหา จัดทำศูนย์ข้อมูลกระจายอำนาจ และเร่งส่งเสริมให้ประชาชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

สำหรับการวางยุทธศาสตร์ในระยะยาว ผมจะทบทวนการกำหนดอำนาจหน้าที่ และการจัดสรรรายได้ของ อปท. ภายหลังที่ได้ดำเนินการตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ซึ่งกฎหมายกำหนดว่า ในปี 2549 ให้ อปท. มีรายได้เพิ่มขึ้น คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 เร่งรวบรวมปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ได้ดำเนินการถ่ายโอนไปแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสภาพที่เปลี่ยนไป และสร้างระบบประกันคุณภาพบริการสาธารณะของ อปท. ให้สอดคล้องกับแนวคิดของการกระจายอำนาจฯ และหลักการส่งเสริมการบริหารจัดการที่ดี นอกจากนี้ยังเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรและผู้บริหารท้องถิ่นโดยกำหนดมาตรการหรือหลักเกณฑ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเอง นอกจากนั้นจะต้องสร้างแรงจูงใจให้ อปท. พัฒนาคุณภาพในการจัดบริการสาธารณะ โดยมีการแข่งขันกันระหว่างท้องถิ่น พัฒนาระบบป้องกันการประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหาแนวทางในการป้องกันแก้ไข และปรับปรุงวิธีการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และจะประสานกับกระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัยเครือข่าย กำหนดกรอบการศึกษาและจัดทำหลักสูตรประกอบการสอนวิชาหลักการปกครองท้องถิ่นของไทย เพื่อนำไปพัฒนาผู้บริหารท้องถิ่นให้มีศักยภาพมากขึ้น”
"สำหรับการวางยุทธศาสตร์ในระยะยาว ผมจะทบทวนการกำหนดอำนาจหน้าที่ และการจัดสรรรายได้ของ อปท. ภายหลังที่ได้ดำเนินการตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ซึ่งกฎหมายกำหนดว่า ในปี 2549 ให้ อปท. ..."

และนี่คือผลงาน 5 ปี ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงแผนยุทธศาสตร์ในอนาคตของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้วางกรอบและแนวทางในการทำงานเอาไว้ล่วงหน้า แต่การปฎิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจฯ เป็นการดำเนินการแบบคู่ขนาน ไม่มีวันที่จะเชื่อมโยงกันได้ หลายเรื่องไม่สอดคล้องกันขัดแย้งกัน ทำให้เกิดปัญหามากมายที่จะต้องแก้ไข ดังนั้นจะต้องนำทั้งสองส่วนนี้มาศึกษาอีกครั้งว่า ส่วนไหนที่ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด...!



Product Search
Product Category
  
Keyword 
  
  
Hot Links
 
 
 
Beyond What The Trucks Can Be
 
 
 
Copyright©2006 Cosmo Truck and Equipment Company Limited. All Rights Reserved.